GK_TOOLS

 

 

E-mail Print PDF
 โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตส้มโอ บ้านแสงวิมาน 
 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
 
  
 
ความเป็นมา :
            ส้มโอในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเริ่มปลูกครั้งแรกที่บ้านแสงวิมาน อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะหลังจากเกิดมหาวาตภัยพายุโซนร้อนแฮเรียดพัดผ่านเมื่อปี พ.ศ. 2505 ต้นส้มเขียวหวานเสียหายทั้งหมด ชาวชุมชนชวนกันไปศึกษาการปลูกที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกโดยทำสวนแบบยกร่องเหมือนภาคกลาง ในช่วงแรกนิยมปลูกพันธุ์ขาวจีบและขาวพวงเพราะให้ผลผลิตเร็ว ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2518-2519 เริ่มเน้นปลูกพันธุ์ทองดีเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นที่นิยมบริโภค ด้วยรสชาติที่หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยแตกต่างแหล่งปลูกที่อื่น ผู้ค้าและผู้บริโภคจึงมักเรียกจนติดปากว่า “ส้มโอแสงวิมาน”
            จากความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นจึงมีการขยายพื้นที่ปลูกออกไปยังหมู่บ้านอื่นโดยเฉพาะในตำบลคลองน้อย เมื่อการปลูกส้มโอได้ผลดีและสามารถสร้างอัตลักษณ์ของพื้นที่ปลูกเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค แสดงว่าสภาพภูมิประเทศของพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกส้มโอนับได้ว่าเป็นไม้ผลทางเศรษฐกิจใหม่สำหรับชาวอำเภอปากพนัง ด้วยประสบการณ์เดิมและการสั่งสมภูมิปัญญาของชาวแสงวิมาน ได้มีการปรับปรุงพันธุ์และการดูแลรักษามาตลอด จนกระทั่งนายสมหวัง มัสแหละ ได้นำกิ่งพันธุ์ส้มโอพื้นเมืองจากอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มาทดลองปลูกและปรับปรุงพันธุ์จนได้คุณภาพที่ดี มีตัวกุ้งนุ่มเนื้อเป็นสีชมพูเข้มคล้ายทับทิม รสชาติหวานหอม เป็นส้มโอพันธุ์ใหม่ซึ่งได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์“ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง”
            เอกสารเรื่อง ส้มโอทับทิมสยามปากพนังเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับส้มโอทับทิมสยามในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีการเขียนบันทึกไว้อย่างชัดเจนถึงแหล่งที่มาและพัฒนาการการผลิต ผู้เขียนในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตส้มโอ ในส่วนพื้นที่ที่กำเนิดส้มโอแสงวิมานได้ดำเนินการฟื้นฟูเพื่อรักษาอัตลักษณ์เอาไว้ ในส่วนการปลูกทั่วไปดำเนินการให้การส่งเสริมพัฒนาอย่างเป็นระบบเพื่อความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรและความยั่งยืนในคุณภาพการผลิต ฉะนั้นการจัดทำฐานข้อมูลเป็นเรื่องที่จำเป็นจะได้เกิดความเข้าใจตรงกันในการดำเนินงานร่วมกัน การรวบรวมข้อมูลส่วนหนึ่งได้มาจากโครงการ ฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชนเพื่อการผลิตส้มโอคุณภาพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กรณีศึกษา ชุมชนบ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผู้เขียนร่วมดำเนินการอยู่ด้วย ส่วนหนึ่งได้จากการสอบถามข้อมูลของเกษตรกรกลุ่มอื่นๆและข้อมูลจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นหนังสือหวังว่าจะเป็นประโยชน์ด้านแหล่งข้อมูลแก่ผู้สนใจเกี่ยวกับส้มโอทับทิมสยาม ส้มโอพันธุ์ใหม่มีเฉพาะที่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 
 
       
 
ถิ่นกำเนิด :
            จุดกำเนิดการปลูกส้มโอในที่ลุ่มพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เกิดจากชุมชนบ้านแสงวิมานซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนอพยพมาจาก บ้านปากลัด ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้ริเริ่มทดลองปลูกจากการสั่งสมประสบการณ์ ภูมิปัญญาการทำสวนส้มโอแบบยกร่องอย่างภาคกลาง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังและปลอดภัยจากน้ำทะเลขึ้นถึง เมื่อให้ผลผลิตปรากฏว่าได้รสชาติแตกต่างจากพื้นที่อื่นคือหวานเข้มและไม่ขม เช่นพันธุ์ทองดี มีรสหวานเข้มกุ้งมีสีแดงอมชมพู พันธุ์ขาวพวงมีรสหวานอมเปรี้ยว พันธุ์ขาวแป้นมีรสหวานกลมกล่อม เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดผู้บริโภคถูกใจในรสชาติชื่อเสียงแพร่กระจายภายนอกชุมชน จนเรียกติดปากว่า “ส้มโอแสงวิมาน”  
              ปี พ.ศ. 2523 นายสมหวัง มัสแหละ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกคนหนึ่งของบ้านแสงวิมาน ได้ไปเยี่ยมญาติ ที่บ้านบราโอ ตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เห็นต้นส้มโอพื้นเมืองมีผลเหมือนพันธุ์ขาวพวง มีกุ้ง (เนื้อ) สีชมพูค่อนข้างแดง ชาวบ้านแถบนั้นเรียกส้มโอนั้นว่าส้มสีชมพู ซึ่ง ผลมีขนาดใหญ่แต่มีรสขม จึงไม่มีใครนิยมปลูก จึงได้ขอซื้อต้นพันธุ์ 3 ต้น เพื่อทดลองปลูกที่บ้านแสงวิมาน ผลปรากฏว่ามีรสชาติหวานขึ้น แต่ก็ยังมีรสขมอีกในช่วงนั้นใช้ชื่อพันธุ์ว่าพันธุ์มรกตเนื่องจากผิวผลมีสีเขียวเข้ม และมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผล ต่อจากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น ตามความต้องการของท้องตลาดโดยการปรับปรุงทั้งเรื่องสายพันธุ์(ใช้วิธีคัดเลือกจากต้นที่มีรสชาติดี ไม่ขม ทำการขยายพันธุ์โดยการตอนทำแบบนี้อยู่หลายรุ่น จึงมีคุณภาพดีขึ้น)  และวิธีการดูแลรักษา (โดยการจัดการเรื่องการให้น้ำและปุ๋ยตามความต้องการแต่ละช่วงของการเจริญเติบโต)จากการปรับปรุงคุณภาพดังกล่าวทำให้ส้มโอพันธุ์นี้มีเนื้อสีแดงเข้ม (สีทับทิม) รสชาติหวานหอม เนื้อนุ่มน่ารับประทาน จึงเป็นที่รู้จัก และตลาดมีความต้องการเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อมีการปรับปรุงคุณภาพจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงมีการตั้งชื่อใหม่เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า พันธุ์ทับทิมสยาม 
   
   
  
ลักษณะประจำพันธุ์ :
              ใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ทรงผลกลมมีจุก คล้ายหลอดไฟ ผลขนาดใหญ่หัวจีบ(คล้ายขาวพวง) น้ำหนักผลเฉลี่ย 1,800-2,000 กรัม ความสูงผล 18-20 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางผล 16-22 เซนติเมตร ผิวผลเรียบมีสีเขียวผิวผลมีขนอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมทั่วทั้งผล เมื่อจับผลเบาๆจะรู้สึกผิวเปลือกนุ่มเปลือกบาง ถ้าเก็บเกี่ยวผลไม่ดีหรือขนส่งไม่ดีจะช้ำง่าย เปลือกในและผนังกลีบสีชมพูเข้ม จำนวน 11-13 กลีบต่อผล เนื้อผลหรือกุ้งมีขนาดปานกลาง สีชมพูเข้มถึงแดงคล้ายสีทับทิม รสชาติหวานและหอมนุ่ม น้ำหนักเนื้อ 800-1,000 กรัม
 
  
 
การผลิตส้มโอ :
             จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานเกษตรอำเภอปากพนัง เมื่อปี 2551 พบว่ามีการปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม400 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 100 ไร่ และมีแนวโน้มที่เกษตรกรจะปลูกเพิ่มมากขึ้น และข้อมูลการปลูกส้มโอทับทิมสยาม อำเภอปากพนัง ปี 2555 สรุปพื้นที่ปลูกรายตำบล ดังนี้
 
ที่
ตำบล
จำนวนเกษตรกร(ราย)
พื้นที่ปลูกทั้งหมด
(ไร่)
จำนวน
(ต้น)
พื้นที่ที่ให้
ผลผลิตแล้ว(ไร่)
ผลผลิต
ปี 2555
(ผล)
คลองน้อย
185
800
28,864
90
375,870
2
เกาะทวด
11
93
2,887
21
78,320
3
คลองกระบือ
8
51.5
1,580
26.5
118,800
4
ปากพนังฝั่งตะวันตก
3
21
910
4
22,000
5
บ้านเพิง
1.5
60
0.25
880
6
ท่าพญา
5
120
0
0
7
ปากแพรก
40
1,000
0
0
 
 
รวม
210
1,012
35,621
141.75
595,870
          
            ทั้งนี้การให้ผลผลิตขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลบำรุงรักษาต้นส้มโอ และที่ยังไม่ให้ผลผลิตอายุต้นอยู่ในช่วง 1-2 ปี สำหรับช่วงเวลาการให้ผลผลิตจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม-มกราคม ของทุกปี
                                                                                                                                             
สภาพการตลาด :
            เนื่องจากส้มโอทับทิมสยามมีรสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่มีผลผลิตไม่มากนักการจำหน่ายส่วนใหญ่คัดขนาดผลเป็น ขนาดใหญ่(น้ำหนักมากกว่า 1.500 กิโลกรัม) กลาง(น้ำหนัก 1.300-1.400 กิโลกรัม) และเล็ก(น้ำหนัก 1.100-1.200 กิโลกรัม) สำหรับสวนส้มที่มีการดูแลบำรุงรักษาดีผลผลิตมีคุณภาพวิธีการจำหน่ายด้วยการชั่งน้ำหนักเป็นกิโลกรัมขายคละขนาดตามน้ำหนักของผล ลักษณะของตลาดโดยทั่วไปเป็นตลาดการค้าแบบเสรีที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันเอง โดยปกติผู้ขายจะเป็นผู้กำหนดราคาในขั้นต้นและเกิดการต่อรองระหว่างผู้ซื้อกับชาวสวน
 
การจำหน่ายสามารถจำแนกออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้                                                                       
          1. การจำหน่ายในสวน เป็นการขายให้แก่ผู้รวบรวมผลผลิต พ่อค้าปลีก และผู้บริโภคที่นิยมไปซื้อที่สวนโดยตรง       
            2. การจำหน่ายผ่านคนกลาง เป็นการจำหน่ายของผู้รวบรวมนำผลผลิตส่งผู้ค้าปลีกในต่างจังหวัด                  
            3. การจำหน่ายปลีก เป็นการจำหน่ายของพ่อค้าขายปลีก ซึ่งเป็นการจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อโดยตรงเป็นแผงลอยริมทาง และวางขายในตลาด  ภาวะทางการตลาดมีการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศ เช่น ตลาด อตก.กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ปัตตานี ยะลา สงขลา ฯลฯ และตลาดต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน จีนมาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์
 
ราคาจำหน่าย :
พ่อค้าส่งออก
                - ขนาดใหญ่ราคาขายส่งผลละ170 บาท
                - ขนาดกลาง ราคาขายส่งผลละ150 บาท
                - ขนาดเล็กราคาขายส่งผลละ130 บาท
พ่อค้าในประเทศ
               - ขนาดใหญ่ราคาขายส่งผลละ200 บาท
               - ขนาดกลาง ราคาขายส่งผลละ180 บาท
               -  ขนาดเล็กราคาขายส่งผลละ160 บาท
ขายปลีก
              - ขนาดใหญ่ราตาขายปลีกผลละ 300 บาท
              - ขนาดกลาง ราคาขายปลีกผลละ 250 บาท
              - ขนาดเล็กราคาขายปลีกผลละ 200 บาท
             (ข้อมูลจากไร่สวัสดิ์สุข หมู่ที่ 15 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านการคัดสรร OTOP5 ดาวเป็นเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)
 
การส่งเสริมและพัฒนาการผลิต :
             เมื่อโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้วเสร็จ สามารถสร้างหลักประกันเรื่องน้ำลดความเสี่ยงต่อความเสียหายในการปลูกส้มโอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ในแต่ละด้านเพื่อพัฒนาการผลิตให้ได้ผลดีและมีคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาผลผลิตให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่เพื่อเข้าสู่มาตรฐานคุณภาพ เช่น การรับรองมาตรฐาน GAP ตามโครงการความปลอดภัยอาหารด้านพืช การเข้ารับการคัดสรรให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ OTOP 5 ดาว จนสามารถจดลิขสิทธิ์ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์,GI (Geographical Indication)นาม ส้มโอทับทิมสยามอำเภอปากพนังแต่อย่างไรก็ตามการส่งเสริมการพัฒนายังขาดความเป็นเอกภาพทั้งการดำเนินงานของหน่วยงาน และการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ผลิต การสร้างความมั่นคงในอาชีพชาวสวนส้มโอทับทิมสยามให้ยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
ที่ตั้งโครงการ : บ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
   
     
   
 
ความสำเร็จของโครงการ : 
           ส้มโอ เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย โดยเป็นไม้ผลที่มีรสชาติดี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้ผลผลิตและผลตอบแทนดี ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมของทุกปี สามารถเก็บไว้ได้นานเพราะมีเปลือกหนา เกษตรกรสามารถปลูกเพื่อการบริโภคหรือเพื่อการค้าก็ได้ที่บ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหมู่บ้านแรกของอำเภอปากพนังที่มีการปลูกส้มโอเต็มพื้นที่ โดยนำพันธุ์มาจากอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สภาพพื้นที่ของบ้านแสงวิมาน เป็นที่ราบลุ่ม ป่าชายเลน มีน้ำขังเป็นส่วนใหญ่
            บ้านแสงวิมานเป็นชื่อของสองตระกูล คือ ตระกูลของนายแสงกับนางมาน ซึ่งเป็นบุคคลที่เข้ามาก่อสร้างหมู่บ้าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2481 และเครือญาติอีก 20 ครัวเรือน อพยพมาจากบ้านปากกลัด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี ในช่วงแรกทำนา แต่รายได้ไม่เพียงพอ เพราะพื้นที่มีปัญหาเรื่องน้ำกร่อย จึงขุดยกร่อง เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ และปลูกพืชสวน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูมรสุม และบางปีน้ำเค็มทะลักคันกั้นน้ำเข้าไปท่วมขังร่องสวนพืชผลได้รับความเสียหาย
          และเป็นหมู่บ้านชายขอบของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลาย ๆ โครงการจึงไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ ต่อมาทางโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้เข้าสำรวจและให้การช่วยเหลือโดยนำเข้าโครงการฯ และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเปรี้ยวดินเค็ม โดยจัดเข้าระบบเดียวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาของพื้นที่ในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย จึงทำให้พื้นที่สามารถทำการเกษตรได้หลากหลายชนิดพืชมากขึ้นโดยมีส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามเป็นไม้ผลหลักในการเพาะปลูก
             สำหรับความเป็นมาของส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามนั้นเมื่อปี พ.ศ.2523 นายหวัง มัสแหละ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกคนหนึ่งของบ้านแสงวิมาน ได้ไปเยี่ยมญาติที่บ้านบราโอ ตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ได้เห็นต้นส้มโอต้นหนึ่งมีผลเหมือนพันธุ์ขาวพวง มีเนื้อ สีชมพูค่อนข้างแดง ชาวบ้านแถบนั้นเรียกส้มโอนี้ว่า ส้มสีชมพูซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมือง ผลมีขนาดใหญ่ แต่มีรสขม จึงไม่มีใครนิยมปลูก จึงได้ขอซื้อต้นพันธุ์มา 3 ต้น เพื่อนำมาทดลองปลูกที่บ้านแสงวิมาน ปรากฏว่าผลผลิตที่ได้มีรสชาติหวานขึ้น แต่ยังมีรสขมอีก ในช่วงนั้นใช้ชื่อพันธุ์ว่า พันธุ์มรกตเนื่องจากผิวผลมีสีเขียวเข้ม และมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผล คล้ายกำมะหยี่ จากนั้นได้มีการปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นตามความต้องการของตลาด โดยการปรับปรุงทั้งสายพันธุ์และวิธีการดูแลรักษา ทำให้ส้มโอพันธุ์นี้เนื้อสีแดงเข้ม สีทับทิม รสชาติหวาน หอม นุ่ม น่ารับประทาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้
             และตั้งชื่อใหม่ว่า พันธุ์ทับทิมสยามลักษณะประจำพันธุ์ ใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ผลมีขนาดใหญ่ เส้นรอบผลประมาณ 16 - 22 นิ้ว หัวจีบ คล้ายส้มโอขาวพวง ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมทั่วทั้งผล เมื่อจับผลเบา ๆ จะรู้สึกผิวเปลือกนุ่ม เปลือกบาง
 
  
 
            ล่าสุดทางโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริซึ่งมีโครงการส่งเสริมแลtพัฒนาการผลิตส้มโอทับทิมสยาม บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง โดยดำเนินการจัดระบบน้ำเข้าพื้นที่หมู่บ้านแสงวิมานแบบหมุนเวียน เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สวนส้มโอ ทำการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดตามหลักทฤษฎีแกล้งดิน จัดทำแปลงสาธิตการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน และส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพเสริมด้วยการเลี้ยงไก่ และพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรชุมชนเพื่อการผลิตส้มโอคุณภาพในเขตลุ่มน้ำปากพนังมีการปลูกส้มโอที่เป็นสวนเก่าและส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ประมาณ 600-800 ไร่ และสวนใหม่ที่กำลังเพาะปลูกประมาณ 200-300 ไร่ ปัจจุบันส้มโอทับทิมสยามมีตลาดเพิ่มมากขึ้นโดยส่งขายในกรุงเทพมหานคร ประเทศสิงคโปร์ จีน และไต้หวัน โดยราคา ณ อำเภอปากพนังจะอยู่ที่ประมาณลูกละ 80-100 บาท 
 
ที่มาของข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม 2555