GK_TOOLS

 

 

E-mail Print PDF
 โครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน

มหาวิทยาลัยจำปาสัก ตำบลจำปาสัก อำเภอสาธารณรัฐประชาชนลาว สาธารณรัฐประชาชนลาว

 
 
 พระราชดำริ :            
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
แนวพระราชดำริ :       
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงาน โครงการจัดตั้งแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน ภายในมหาวิทยาลัยจำปาสัก และสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยจำปาสัก ได้ทำการลงนามใน บันทึกข้อตกลงร่วมกันดำเนินงานโครงการฯ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2550
 
ที่ตั้งของโครงการ :
มหาวิทยาลัยจำปาสัก ตำบลจำปาสัก อำเภอสาธารณรัฐประชาชนลาว จังหวัดสาธารณรัฐประชาชนลาว สาธารณรัฐประชาชนลาว  
 
   
 
   
 
           
วัตถุประสงค์โครงการ : 
มหาวิทยาลัยจำปาสัก ได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา กับ มหาวิทยาลัยจำปาสัก เพื่อเป็นศูนย์รวมด้านวิชาการให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษา ดูงานได้
 
หน่วยงานผู้ดำเนินงาน /หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :   หน่วยงาน สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา
 
 ลักษณะโครงการ
        สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วย หน่วยราชการ ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายทอดความรู้ทางการเกษตรในด้านต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่าย สปป. ลาว ที่จะเข้ามาประจำอยู่ในแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน เป็นระยะ เพื่อให้มีการบริหารจัดการ และการดำเนินงาน เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จากนั้น จึงจะดำเนินการนำวิชาความรู้ในด้านการเกษตร ออกเผยแพร่ให้กับ เกษตรกรโดยรอบโครงการฯ ต่อไป
 
   
         
ผู้ได้รับประโยชน์ :
           นักศึกษา มหาวิทยาลัยจำปาสัก และราษฎร ในตำบลจำปาสัก อำเภอ สาธารณรัฐประชาชนลาว
 
ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ :  
สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ร่วมกับหน่วยราชการ ประกอบด้วย กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ ดำเนินการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานของแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย
       - งานด้านพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ภายในแปลงฯ ล้อมรั้ว สร้างทางลำลองในไร่นา ทำถนนลูกรังบดอัด ต่อท่อระบายน้ำ และถางพื้นที่
       - งานชลประทาน ประกอบด้วย อาคารทดน้ำ ท่อส่งน้ำ ก่อสร้างสะพาน ถังเก็บน้ำและระบบท่อ
       - งานด้านปศุสัตว์ ได้ทำการก่อสร้างคอกสุกร คอกเป็ด คอกไก่ โรงเก็บ และผลิตอาหารสัตว์
       - งานด้านประมง ได้ทำการก่อสร้าง บ่อคอนกรีตและบ่อเพาะเลี้ยง โรงเก็บพัสดุ อาคารเพาะฟัก โรงสูบน้ำ
       - งานด้านการเกษตร ได้ทำการปรับรูปแปลงสาธิตการปลูกพืชชนิดต่างๆ และได้นำพืชชนิดต่างๆ มาลงปลูกในแปลงเรียบร้อยแล้ว
       - งานก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย อาคารอเนกประสงค์ หอพักนักศึกษา
       นอกจากนี้ ได้จัดการฝึกอบรมด้านวิชาการเกษตรแขนงต่าง โดย นำคณะอาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยจำปาสัก จำนวน 19 คน เข้ามาศึกษา ดูงานด้านวิชาการเกษตรในประเทศไทย ทั้งด้านการประมง ปศุสัตว์ วิชาการเกษตร และพัฒนาที่ดิน โดยได้ทำการฝึกอบรม ในระหว่างวันที่ 8 – 21 กันยายน 2551 เพื่อให้คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการบริหารจัดการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน ต่อไป
 
    
  
 
ความสำเร็จของโครงการ : 
และล่าสุด เมื่อวันที่ 4 - 6 กรกฏาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ สื่ออาสาสืบสานพระราชดำริ ครั้งที่ 1 นำโดยนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการ กปร. ขนขบวนกองทัพสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักไปศึกษดูงานในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ และข้ามไปยังสปป.ลาว ซึ่งเมื่อฉบับที่ผ่านรายงานได้แล้วเกี่ยวกับ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จังหวัดยโสธร
        นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการ กปร. กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า โครงการในสปป. ลาวมีหลายโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างไทย - ลาว โครงการแรกที่เกิดขึ้นคือศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซ้อนห้วยซั้ว ที่แขวงเวียงจันทน์ ได้ร่วมกันทำงานมา 18 ปีแล้ว และได้เกิดผลสำเร็จโดยมีตัวอย่างที่ชัดเจน ราษฎรชาวลาวได้เข้ามาอบรมในศูนย์และได้ศึกษาดูงานในประเทศไทย แล้วนำกลับไปทำจนเกิดผลสำเร็จชัดเจน มีตัวอย่างราษฎรรายหนึ่งสามารถที่จะทำรายได้ได้ปีละ 400,000 บาท นับว่าเป็นตัวอย่างอันหนึ่งของความสำเร็จ
             "นับได้ว่าการดำเนินงานที่มหาวิทยาลัยจำปาสักแห่งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา กับมหาวิทยาลัยจำปาสัก ในการที่จะนำเอาองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดความสำเร็จแล้วมาสาธิต และขยายผลให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้มาฝึก ได้เรียนรู้และได้ขยับขยายไปสู่พี่น้องประชาชนต่อไป ความร่วมมือที่เกิดขึ้นยังเป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ประเทศลาวได้เรียนรู้จากประเทศไทย ประเทศไทยก็ได้เรียนรู้จากประเทศลาว นำเอาสิ่งที่ประสบความสำเร็จมาถ่ายทอดซึ่งกันและกัน เป็นตัวอย่างที่ดีมากที่เราจะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย" รองเลขาธิการ กปร.กล่าว
             นายสุวัฒน์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการศูนย์กสิกรรม ที่แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต)สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ นำเอาความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในประเทศไทย หรือศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตร นำองค์ความรู้เหล่านี้มาสู่แขวนสุวรรณเขต แขวงจำปาสัก แล้วก็ประชาชนชาวลาวในแขวงอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาสำนักงาน กปร.ได้จัดเป็นศูนย์พัฒนาและบริการสัญจรไปยังแขวงต่างๆ โดยเดินทางไปที่หลวงน้ำท่า แขวงอุดมชัย และจะไปที่แขวงอัดตาปือที่ภาคใต้ของลาว เพื่อที่จะเอาตัวอย่างความสำเร็จจากศูนย์พัฒนาวิชาการทางการเกษตรจากเวียงจันทน์ไปสู่แขวงต่างๆ แล้วก็ไปสู่ประชาชนให้เกิดผลที่ดีขึ้นได้
             "ปีนี้นับว่าเป็นปีมหามงคล 80 พรรษา สำนักงานกปร. ร่วมกับหลายๆ หน่วยงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในหลายๆ รูปแบบ อันดับแรกเลยก็คือ โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 15 -19 สิงหาคม นี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการร่ามมือกันระหว่างมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แล้วก็ สำนักงาน กปร.มูลนิธิชัยพัฒนา กองทัพบก สำนักงบประมาณ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช แล้วก็กรมชลประทาน ซึ่งในปีนี้เราได้รวบรวมหลายๆ หน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานสนองพระราชดำริของพระองค์ท่าน จากนั้นเราก็จะจัดสัญจรไปทั้ง 4 ภาค หลังจากที่จัดในกรุงเทพมหานครแล้ว เราก็ไปที่ภาคกลางจังพระนครศรีอยุธยา ภาคอีสานที่จังหวัดนครราชสีมา ภาคเหนือไปที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ไปจบที่ภาคใต้จัวหวัดสงขลา เป็นกิจกรรมที่อยากให้พี่น้องทั้งประเทศ ได้สัมผัสถึงโครงการที่เกิดขึ้น และเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์" นายสุวัฒน์ กล่าว    
             นายส้อยไกสี  เพ็ดปะเสิด อาจารย์ผู้ดูแลงานด้านปศุสัตว์ ม.จำปาสัก เป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ภาควิชาการเลี้ยงสัตว์ (งานปศุสัตว์) คณะการเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยจำปาสัก รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการเลี้ยงแบ้ (แพะ) ซึ่งได้นำนักศึกษามาเก็บเกี่ยวข้อมูลเพื่อไปทำทีซีส ส่วนด้านการเรียนการสอน โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร
             "ข้าพเจ้าทำหน้าที่ รับผิดชอบ ทางมหาวิทยาลัยจำปาสัก มี 2 ระดับ คือ ระดับอนุปริญญา และระดับปริญญาตรี ในส่วนของระดับอนุปริญญาจะเรียน 3 ซึ่งปีที่ 3 จะให้นักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์ที่นี่ เพื่อเก็บข้อมูล ส่วนระดับปริญญาตรี จะเรียน 5 ปี นักศึกษาในสาขาการเลี้ยงสัตว์ที่มาฝึกงาน มีทั้งสิ้น 30 คน ส่วนนักศึกษาที่ยังไม่ได้ฝึกงานประมาณ 1,000 คน ซึ่งนักศึกษาแต่ละรุ่นที่เรียนจบ และผู้ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ได้เกรด A ก็สามารถแจ้งความประสงค์ที่จะเป็นอาจารย์สอนที่แห่งนี้ได้" อาจายร์ส้อยไกสี กล่าว
             นอกจากนั้นอาจารย์ยังบอกอีกว่า ในด้านการขยายผลองค์ความรู้ก็จะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาศึกษาดูงาน ทั้งหน่วยงานจากฝั่งประเทศไทยก็มีหลายภาคส่วนได้เข้ามาเยี่ยมชมการดำเนินงานของเรา ส่วนการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนในฝั่งลาวนั้น การขยายผลเป็นไปได้ดี ประชาชนก็มีความสนใจมาเรียนรู้ และนำเอาพ่อแม่พันธุ์สัตว์จากภายในโครงการฯ เช่น หมู ไก่ เป็ด นำไปขยายพันธุ์ต่อไป
              "อยากขอขอบคุณมูลนิธิชัยพัฒนาที่ได้ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือแก่มหาวิทยาลัยจำปาสัก มีความรู้สึกภาคภูมิและซาบซึ้งใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้ช่วยเหลือฯ และมอบโอกาสที่ดีแก่พวกเราในการจัดตั้งโครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานมหาวิทยาลัยจำปาสัก แห่งนี้ขึ้น ข้าพเจ้าก็ขอขอบคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์มีบุญคุณในการให้โอกาสแก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยของพระองค์ท่านเอง หรือประเทศลาวของพวกเรา พระองค์ท่านได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศของเราอย่างดี"นายส้อยไกสี  เพ็ดปะเสิด อาจารย์ผู้ดูแลงานด้านปศุสัตว์ กล่าวปิดท้าย
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
 
   
 
  
 
 
ที่มาของข้อมูล :   สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา
 
ผู้ที่เกี่ยวข้อง :
สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับหน่วยราชการ ประกอบด้วย กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน
กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์